บทที่ 13 เข้าใจผิด
“ก็มีหลายอย่างเอาไปให้แม่บี๋ที่โน่นด้วยนะ” สุปรียาก็เข้าใจเธอคิดว่าพี่แตงไม่น่าตุนเยอะขนาดนี้เพราะในอำเภอก็มีขายนี่ กว่าจะได้ของครบตามที่ต้องการก็บ่ายสามโมงแล้วจากนั้นทั้งหมดก็เรียกรถสามล้อตุ๊กๆไปส่งที่ร้านกาแฟของพงษ์พัฒน์ถึงไม่ไกลแต่ของเยอะจึงต้องเรียกรถไปส่งและรอพันแสงมารับ
ลูเซียโนส่งลูกน้องมาเมืองไทยได้สี่ห้าวันแล้วเขาก็ตามมาเพื่อร่วมคุยกับเพื่อนและทีมงานก่อนจะเอาเข้าที่ประชุมและตกลงเซ็นสัญญาซื้อขายตามราคาที่เหมาะสมและไม่เอาเปรียบเจ้าของเดิมที่กำลังเดือดร้อนด้วย ไม่เหมือนบริษัทอื่นๆที่กดราคาเอาเปรียบเจ้าของเดิมที่กำลังเดือดร้อนซ้ำเติมจนหมดตัวจริงๆเลยก็มีเพราะเขาหาทางออกไม่ได้
“เฮ้อ เรียบร้อยสักที” เฮนดริกพูดขณะที่เดินออกมาพร้อมกับลูเซียโนและนาตาลีที่ต้องเข้าประชุมด้วยกันทุกครั้งตามข้อตกลงแต่แรกที่เปิดบริษัทด้วยกัน
“นาตไม่เห็นนายทำอะไรเลยนะเฮนดริก นอกจากส่งไลน์หาเมียน่ะ” เพื่อนสาวคนเดียวในกลุ่มแซวเฮนดริกที่มากรุงเทพแค่วันเดียวก็ทั้งโทรทั้งไลน์หาเมียตลอดเวลา
“ตอนนี้เธอก็พูดได้นะนาต แต่เธอแต่งงานเมื่อไหร่ละก็ฉันว่าก็ไม่ต่างจากลิลลี่หรอกเชื่อเหอะ” เฮนดริกว่าเพื่อนสาวถึงแม้นาตาลีจะห้าวๆแต่ผู้หญิงก็คือผู้หญิงเป็นเพศที่เข้าใจยากที่สุด
“ลูซช่วยนาตหน่อยสิเราพวกเดียวกันนะ” นาตาลีบอกลูเซียโนที่ยิ้มขำเพื่อนทั้งสองที่ชอบเหย้าแหย่กันพอลงมาถึงล็อบบี้ก็มีกลุ่มนักข่าวยืนอยู่กลุ่มใหญ่เพื่อรอสัมภาษณ์นักธุรกิจหนุ่มสาวทั้งสามคน
“ฉันยกหน้าที่ให้นาตนะจัดการได้เลย” ลูเซียโนกับเฮนดริกยกหน้าที่สัมภาษณ์ให้เพื่อนสาวเพราะเป็นงานที่นาตาลีถนัด
“สวัสดีค่ะ ขอสัมภาษณ์คุณลูเซียโน คุณเฮนดริก คุณนาตาลีได้มั้ยคะ” นักข่าวสาวสายเศรษฐกิจขอสัมภาษณ์นักธุรกิจอายุน้อยที่ประสบความสำเร็จทั้งสามคน
“เชิญค่ะ ให้สิบนาทีนะคะพวกเรามีงานต่อต้องขอโทษไว้ล่วงหน้านะคะ” เมื่อได้รับอนุญาตให้สัมภาษณ์นักข่าวสาวก็ยิงคำถามแรกทันทีเพื่อจะได้ไม่เสียเวลา
นักข่าว.. “วันนี้การเจรจาเป็นยังไงบ้างคะ?
นาตาลี... “ทุกอย่างราบรื่นดีค่ะ ทางเราไม่ได้กดราคาหรือหวังผลกำไรมากกว่าช่วยเหลือให้เจ้าของเดิมได้ในสิ่งที่เหมาะสมและสมควรจะได้ค่ะ”
นักข่าว.. “แต่เห็นทุกงานพวกคุณก็ฟันกำไรไปไม่น้อยนะครับ แล้วจะบอกว่าไม่ได้กดราคามันจะเป็นไปได้ยังไงครับ?
นาตาลี.. “เราต้องปรับปรุงโครงสร้างทั้งหมดให้อยู่ในระบบปกติและคนที่มารับช่วงบริหารต่อเขาต้องรู้ว่าซื้อมาในราคานี้แล้วจะทำผลกำไรให้ได้มากกว่าที่ซื้อมา แล้วบริษัทของเรามีบุคลากรมืออาชีพดูแลและให้คำปรึกษาถ้าเจ้าของจะดำเนินกิจการต่อทางเราก็พร้อมจะร่วมทุนและนำทีมงานมาบริหารช่วยเหลือแต่ถ้าจะให้ทางเราเทคโอเวอร์ ก็จะอยู่ในราคาที่เหมาะสมไม่เอารัดเอาเปรียบแต่นอกเหนือจากเราปรับปรุงแล้วนั้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราจะต้องทำกำไรให้บริษัทเพื่อเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้ทีมบริหารเพื่อต่อยอดต่อไปได้อีกค่ะ”
นักข่าว.. “แล้วโรงแรมนี้ปรับปรุงโครงสร้างเสร็จแล้วจะมีการขายทอดตลาดมั้ยคะ?
นาตาลี.. “ตอนนี้เรายังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ค่ะเพราะเพิ่งจะตกลงกันได้ต้องรอดูค่ะว่าในอนาคตพวกเราจะบริหารกันเองหรือจะหาเจ้าของคนใหม่มาบริหารค่ะ” เธอตอบคำถามของนักข่าวที่ทั้งถามทั้งแขวะและบางคนก็เป็นคำถามไม่น่าฟังแต่เธอก็ตอบทุกคำถามจนหมดเวลา
นักข่าว.. “ขอคำถามสุดท้ายนะครับ คุณนาตาลีกับคุณลูเซียโนคบกันมานานอย่างนี้แล้วเมื่อไหร่จะมีข่าวดีละครับ”
นาตาลี.. “ยังไม่รู้ค่ะ เราต่างงานยุ่งทั้งคู่ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้ค่ะ จริงมั้ยคะลูซ”
“ใช่ครับ” ลูเซียโนตอบสั้นๆ ทุกคนเข้าใจว่าเขากับนาตาลีคบกันมีแต่คนสนิทเท่านั้นที่รู้ว่าพวกเขาเป็นเพื่อนกันจริงๆ แต่เวลานักข่าวถามทั้งคู่ก็จะแบ่งรับแบ่งสู้ไม่บอกว่าคบกันและไม่ปฏิเสธให้ทุกคนคิดกันเอง
“นาตกับเพื่อนต้องขอตัวก่อนนะคะ ขอบคุณค่ะ” นาตาลียกมือไหว้นักข่าวตามมารยาทแล้วชวนเพื่อนทั้งสองฝ่าวงล้อมนักข่าวออกไปที่ลานจอดรถเพื่อไปทานอาหารกลางวันกัน
“ไปร้านพี่หม่อมนะวาลิค” ชายหนุ่มบอกลูกน้องเพราะเขาอยากกินอาหารไทยแล้วเพื่อนสาวอย่างนาตาลีรู้ใจเขาดีและเฮรดริกก็ชอบกินอาหารไทยเหมือนกัน
“ครับคุณลูซ” วาลิครับคำสั่งเขาก็ออกรถตามหลังเฮนดริกกับนาตาลีไปที่ร้านอาหารไทยซึ่งแฟนหนุ่มใหญ่ของนาตาลีเป็นเจ้าของ
“คืนนี้นายคอนเฟิร์มที่โรงแรมด้วยนะฟรังโก้ ให้พวกทีมงานได้ผ่อนคลายกันให้สนุกเพราะยังมีงานใหญ่รอพวกเราอยู่” ลูเซียโนบอกลูกน้องทุกครั้งหลังได้งานใหม่ได้พวกเขาก็จะมีปาร์ตี้กันก่อนที่เริ่มปรับปรุงโรงแรมหรือบริษัทที่เทคโอเวอร์มาแล้วนำไปขายทอดตลาดนำผลกำไรมาแบ่งให้ทีมบริหารอย่างสมน้ำสมเนื้อเมื่อถึงร้านอาหารชื่อดังทั้งหมดก็พากันไปห้องวีไอพีที่จองไว้
“สวัสดีครับพี่หม่อม” ชายหนุ่มยกมือไหว้แฟนหนุ่มใหญ่ของเพื่อนสาวที่เป็นเจ้าของร้านอาหารไทยต้นตำหรับชาววังชื่อดัง
“สวัสดีคุณลูซ คุณเฮนดริก เชิญเลยครับน้องนาตมาถึงแล้วครับ” หม่อมราชวงค์ กิติศักดิ์ วงค์วัชรเวช หนุ่มใหญ่สืบเชื้อสายผู้ดีเก่ามีธุรกิจหลายอย่างของครอบครัวที่ต้องดูแลและเขาก็รับช่วงร้านอาหารไทยต้นตำหรับชาววังของหม่อมย่าเป็นแฟนหนุ่มใหญ่ของนาตาลีรอต้อนรับเพื่อนๆของแฟนสาวที่เดินตามกันเข้ามาไปที่ห้องวีไอพีที่แฟนสาวรออยู่
“เชิญครับเดี๋ยวพนักงานจะนำอาหารมาเสิร์ฟนะครับ” พี่หม่อมนั่งลงข้างๆแฟนสาวและกดกริ่งเรียกพนักงานเข้ามารับออเดอร์เครื่องดื่มจากสองหนุ่มเพราะของนาตาลีเขาสั่งอาหารไว้ให้แล้ว
“ฉันขอเบียร์เย็นนะ นายล่ะเฮนดริก”
“ฉันขอน้ำส้มคั้นนะ เชิญนายตามสบายเถอะลูซฉันต้องไปรับลูก้าที่โรงเรียนน่ะ” เฮนดริกไม่อยากดื่มเพราะเขาต้องไปรับลูกที่โรงเรียน
“จะว่าไปนายก็เป็นคุณพ่อที่ดีได้เหมือนกันนี่หว่าเฮนดริก” ลูเซียโนล้อเพื่อนเพราะเฮนดริกกับดาวิเต้นิสัยก็ไม่ต่างจากเขาที่มีสาวคู่ควงและปาร์ตี้ไม่เว้นแต่ละวัน
“ถ้านายมีลูกก็ต้องทำเหมือนฉันนี่แหละลูซ คนเป็นพ่อยอมละทิ้งทุกอย่างเพื่อลูกเพื่อครอบครัวได้ จริงมั้ยครับพี่หม่อม” คุณพ่อลูกหนึ่งหันไปถามหนุ่มใหญ่แฟนเพื่อนสาว
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ก็รอให้เพื่อนของพวกคุณใจอ่อนยอมมีลูกกับพี่ก่อนครับ” พี่หม่อมบอกสองหนุ่มแต่ส่งสายตาหวานให้คนข้างตัวที่หน้าแดง
“ก่อนจะมีลูกเขาต้องขอแต่งงานก่อนไม่ใช่เหรอคะพี่หม่อม” นาตาลีถามแฟนหนุ่มที่ลูบศีรษะเธออย่างอ่อนโยน
“ก็ขอแล้วนี่ครับน้องนาตก็ไม่ตกลงสักทีถ้าแก่กว่านี้พี่ไม่มีแรงปั้มลูกนะครับ” หนุ่มใหญ่พูดแล้วยิ้มให้เพื่อนแฟนสาวทั้งสองหนุ่มที่ฟังคู่รักหยอกกัน
“นาตไม่คุยกับพี่หม่อมแล้ว กินข้าวดีกว่าค่ะ” พูดจบนาตาลีก็ตักอาหารให้แฟนหนุ่มอย่างเอาใจเพราะวันนี้เขาเลี้ยงเธอกับเพื่อนๆ เมื่อกินอาหารกลางวันอิ่มแล้วทั้งหมดก็คุยกันทั้งเรื่องงานและเรื่องเที่ยวจนสรุปถึงงานเลี้ยงคืนนี้ที่โรงแรม
“พี่หม่อมต้องไปให้ได้นะครับ” เฮนดริกบอกแฟนเพื่อนสาวให้ไปร่วมงานด้วยเพราะคืนนี้เขาก็จะควงเมียสาวไปด้วยเหมือนกัน
